การประมาณค่าที่ดีขึ้นนำไปสู่ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นหรือไม่?
ลองตั้งสมมติฐานว่าการใช้การประมาณค่า variance-covariance matrix แบบ robust จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ sample variance-covariance matrix ในทางทฤษฎี การประมาณค่าที่แม่นยำกว่าควรให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เราจะใช้ฟังก์ชัน moments_robust() ที่กำหนดไว้ในบทที่ 3 ร่วมกับ portfolio specification จากแบบฝึกหัดที่แล้ว
แบบฝึกหัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร
การวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอระดับกลางใน R
คำแนะนำการฝึกหัด
- รันการ optimization โดยใช้ฟังก์ชัน
moments_robust()เพื่อประมาณค่า moment โดย backtest ของการ optimization จะใช้พารามิเตอร์เดิมที่เคยใช้ ได้แก่ การปรับสมดุลรายไตรมาส พร้อมระยะเวลา training period และ rolling window ที่ครอบคลุมข้อมูล 5 ปี จากนั้นกำหนดผลลัพธ์ให้กับตัวแปรชื่อopt_rebal_rb_robust - สร้างกราฟแสดงค่าน้ำหนัก
- สร้างกราฟแสดง component percentage contribution to risk
- คำนวณผลตอบแทนของพอร์ตโฟลิโอโดยใช้
Return.portfolio()แล้วกำหนดผลตอบแทนให้กับตัวแปรชื่อreturns_rb_robust
แบบฝึกหัดเชิงโต้ตอบแบบลงมือทำ
ลองทำแบบฝึกหัดนี้โดยเติมโค้ดตัวอย่างนี้ให้สมบูรณ์
# Run the optimization
opt_rebal_rb_robust <- optimize.portfolio.rebalancing(R = ___,
momentFUN = ___,
portfolio = ___,
optimize_method = "random", rp = rp,
trace = TRUE,
rebalance_on = ___,
training_period = ___,
rolling_window = ___)
# Chart the weights
# Chart the percentage contribution to risk
chart.RiskBudget(___, match.col = "StdDev", risk.type = ___)
# Compute the portfolio returns
returns_rb_robust <- Return.portfolio(R = ___, weights = ___)
colnames(returns_rb_robust) <- "rb_robust"